1. คืออะไร?
KLA เป็นโรคความผิดปกติของหลอดน้ำเหลืองชนิดรุนแรง- มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว มีลักษณะเฉพาะคือ:
- หลอดน้ำเหลืองเจริญผิดปกติ
- เซลล์หลอดน้ำเหลืองมีลักษณะคล้ายเซลล์ใน KHE (kaposiform hemangioendothelioma)
- มีการแทรกซึมในหลายอวัยวะ โดยเฉพาะ ทรวงอก, ปอด, ม้าม, ตับ, กระดูก
2. พบบ่อยแค่ไหน?
- พบได้ น้อยมาก ทั่วโลก (<100 รายที่มีการรายงานชัดเจน)
- ส่วนมากเริ่มแสดงอาการ ในวัยเด็กหรือวัยรุ่น
3. พบตรงไหนของร่างกาย?
- ปอด / เยื่อหุ้มปอด → หายใจเหนื่อย หอบ น้ำในเยื่อหุ้มปอด
- เยื่อหุ้มหัวใจ → น้ำในเยื่อหุ้มหัวใจ
- ตับ / ม้าม / ช่องท้อง → ท้องโต บวมน้ำ
- กระดูก → ปวดกระดูก หรือมีกระดูกบาง หักง่าย
- ผิวหนัง / ลำตัว → อาจพบผิวหนังบวมตุ่ย สีแดงน้ำเงิน หรือคล้ำกว่าปกติ (ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของรอยโรคด้านลึก)
อาการที่ผู้ปกครองสามารถสังเกตได้:
- หายใจลำบาก เหนื่อยง่าย
- อาการบวมที่หน้าอก หรือท้องที่โตขึ้นผิดปกติ
- จ้ำเลือด หรือมีรอยฟกช้ำผิดปกติ
- มีเลือดออกในปัสสาวะ/อุจจาระโดยไม่ทราบสาเหตุ
4. วินิจฉัยอย่างไร?
- MRI / CT scan: พบหลอดน้ำเหลืองแทรกซึมหลายอวัยวะ
- X-ray: ตรวจพบ pleural effusion หรือกระดูกบาง
- Ultrasound / Echocardiogram: ประเมินของเหลวในช่องปอดและหัวใจ
- ตรวจเลือด:
- เกล็ดเลือดต่ำ (thrombocytopenia)
- การแข็งตัวของเลือดผิดปกติ (elevated D-dimer, low fibrinogen)
- เกล็ดเลือดต่ำ (thrombocytopenia)
- การตรวจชิ้นเนื้อ: ยืนยันการวินิจฉัยผ่านลักษณะเซลล์ที่เฉพาะของ KLA
5. ภาวะแทรกซ้อน
- น้ำในเยื่อหุ้มปอดหรือเยื่อหุ้มหัวใจเรื้อรัง
- เลือดออกผิดปกติ / DIC
- ความดันเลือดต่ำเรื้อรัง
- ปอดติดเชื้อบ่อย / ภาวะหายใจล้มเหลว
- ปวดกระดูกเรื้อรัง
6. การรักษา
ยังไม่มีการรักษาที่หายขาด แต่มีแนวทางควบคุมอาการและยืดอายุได้ดังนี้:
6.1 ยา
- Sirolimus (mTOR inhibitor)
- ยากดการเจริญของหลอดน้ำเหลืองผิดปกติ
- มีงานวิจัยรองรับในผู้ป่วย KLA และ GLA ว่าช่วยให้อาการดีขึ้นภายใน 6–12 เดือน
- ต้องตรวจระดับยาในเลือดเป็นระยะ
- งานวิจัย 2023 – Frontiers in Pediatrics
- ยากดการเจริญของหลอดน้ำเหลืองผิดปกติ
- Trametinib (MEK inhibitor)
- ใช้ในกรณีที่พบการกลายพันธุ์ของ NRAS
- งานวิจัยใน Nature 2022 รายงานว่าผู้ป่วยมีอาการทางปอดดีขึ้นชัดเจนหลังใช้ยา
- ใช้ในกรณีที่พบการกลายพันธุ์ของ NRAS
6.2 หัตถการ
- การระบายน้ำในเยื่อหุ้มปอด / หัวใจ: ทำซ้ำเมื่อมีน้ำคั่งมาก
- การผ่าตัดม้าม: กรณีมีภาวะ DIC หรือเลือดออกมากจากการทำงานผิดปกติของม้าม
ผลข้างเคียงจากการรักษา
- Sirolimus → แผลหายช้า, เสี่ยงติดเชื้อ
- Trametinib → ผื่น, ปวดข้อ, ความดันต่ำ
- การระบายน้ำบ่อยครั้ง → เสี่ยงการติดเชื้อ
7. กลุ่มอาการที่เกี่ยวข้อง
- Generalized Lymphatic Anomaly (GLA): ความรุนแรงน้อยกว่า KLA
- Kaposiform Hemangioendothelioma (KHE): มีความใกล้เคียงในระดับเซลล์
- มีการค้นพบว่า NRAS mutation (somatic) เกี่ยวข้องกับการเกิด KLA
- ไม่ถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ในครอบครัว
9. สิ่งที่ครอบครัวควรเก็บข้อมูล และการดูแล
- สังเกตอาการหอบ หายใจเร็ว เหนื่อยง่าย
- จดบันทึกผลเลือด, น้ำหนัก, ขนาดหน้าท้อง
- ติดตาม MRI ทุก 6–12 เดือน
- ดูแลด้านโภชนาการ ป้องกันภาวะบวมน้ำหรือขาดโปรตีน
- ระวังการติดเชื้อจากสายระบายน้ำหรือแผลผ่าตัด