Capillary

Hereditary Hemorrhagic Telangiectasia (HHT)

(เฮ-เร-ดิ-แท-รี เฮ-มอ-เรจ-จิก เท-ลาน-เจียก-ทา-เซีย)
ชื่ออื่น: Osler-Weber-Rendu Syndrome จัดอยู่ในกลุ่ม: ความผิดปกติของหลอดเลือดชนิดถ่ายทอดทางพันธุกรรม (Inherited Vascular Malformation)
โดย อาจารย์ แพทย์หญิง ศศิกร เฟื่องกำลูน

เลือกอ่านตามหัวข้อ

1. คืออะไร?

HHT เป็นโรคพันธุกรรมที่ทำให้หลอดเลือดมีโครงสร้างผิดปกติ โดยเฉพาะในส่วนของหลอดเลือดฝอย ส่งผลให้เกิด telangiectasia (จุดแดงจากหลอดเลือดฝอยขยายผิดปกติ) และ AVMs (arteriovenous malformations) ซึ่งเป็นการเชื่อมต่อผิดปกติระหว่างหลอดเลือดแดงกับหลอดเลือดดำโดยไม่มีเส้นเลือดฝอยคั่นกลาง

โรคนี้อาจก่อให้เกิดเลือดออกบ่อย โดยเฉพาะ เลือดกำเดาไหล, เลือดออกในทางเดินอาหาร และอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น เลือดออกในสมองหรือปอด


2. พบบ่อยแค่ไหน?

  • พบประมาณ 1 ใน 5,000–8,000 คน
  • อาการเริ่มปรากฏได้ตั้งแต่ วัยเด็กถึงวัยผู้ใหญ่ตอนต้น
  • พบได้ทั้งชายและหญิง

3. พบตรงไหนของร่างกาย?

  • เยื่อบุและผิวหนัง: จุดแดงเล็ก ๆ คล้ายแมงมุมบน
    • ริมฝีปาก ลิ้น จมูก ใบหน้า นิ้วมือ
    • มีลักษณะเป็นจุดแดง / ม่วง / น้ำเงิน ขนาดเล็ก (< 5 มม.)
    • ไม่เจ็บ ไม่นูน แต่เลือดออกได้ง่าย
  • ปอด สมอง ตับ และทางเดินอาหาร:
    • AVMs ในอวัยวะภายใน → เสี่ยงต่อเลือดออกหรือภาวะแทรกซ้อนเฉียบพลัน

4. วินิจฉัยอย่างไร?

  • Curaçao Criteria:
    • เลือดกำเดาไหลซ้ำ ๆ โดยไม่มีสาเหตุ
    • Telangiectasia หลายตำแหน่ง
    • AVMs ในปอด สมอง ตับ หรือลำไส้
    • สมาชิกในครอบครัวมี HHT
  • หากมีครบ ≥3 ข้อ → วินิจฉัยเป็น HHT
  • ตรวจเพิ่มเติม:
    • MRI / CT scan: ค้นหา AVMs ภายใน
    • Ultrasound Doppler: ตรวจ AVM ในตับ
    • Echocardiogram with bubble study: ตรวจ AVM ในปอด
    • ตรวจพันธุกรรม: หา mutation ในยีน ENG, ACVRL1, SMAD4

5. ภาวะแทรกซ้อน

  • เลือดกำเดา: พบใน >90% ของผู้ป่วย
  • โลหิตจางจากการเสียเลือดเรื้อรัง
  • AVM ในปอด: อาจทำให้เกิด ภาวะออกซิเจนต่ำ, โรคหัวใจ, หลอดเลือดสมองอักเสบ
  • AVM ในสมอง: เสี่ยง เลือดออกในสมอง, ชัก
  • AVM ในตับ: อาจเกิด หัวใจล้มเหลวหรือความดันในหลอดเลือดตับสูง
  • เลือดออกในทางเดินอาหาร: พบมากในผู้สูงอายุ (>60 ปี)

6. การรักษา

(ไม่สามารถรักษาให้หายขาด แต่สามารถควบคุมอาการและป้องกันภาวะแทรกซ้อนได้)

6.1 รักษาเลือดกำเดา

  • ยาทาเฉพาะที่ เช่น timolol, estrogen cream
  • เลเซอร์ในโพรงจมูก (Pulsed Dye Laser, KTP laser):
    • ช่วยจี้ telangiectasia ให้ฝ่อลง
    • ทำซ้ำได้ทุก 3–6 เดือน
    • ต้องดมยาหรือไม่?: ใช้ยาชาเฉพาะที่ หรือวางยาสลบในเด็ก
  • การผ่าตัดปิดจมูกบางส่วน (Young’s procedure) ในรายที่เลือดกำเดารุนแรงและดื้อการรักษา

6.2 รักษา AVMs

  • Embolization (การอุดหลอดเลือด):
    • ใช้สารหรือคอยล์อุดรูเชื่อมระหว่างหลอดเลือดแดง-ดำ
    • ทำภายใต้ CT/fluoroscopy โดยแพทย์รังสีร่วมรักษา
    • ต้องดมยาสลบ
    • ผลข้างเคียง: ปวดเฉพาะที่, มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ
  • Stereotactic Radiosurgery:
    • ใช้รังสีพลังสูง (เช่น gamma knife) เพื่อทำลาย AVM ในสมองที่ผ่าตัดไม่ได้
    • อาจต้องรอ 2–3 ปีเพื่อให้ AVM ฝ่อ
  • การผ่าตัด:
    • ใช้ในกรณีที่ AVM อยู่ลึกหรือมีเลือดออกเฉียบพลัน
  • การส่องกล้องลำไส้:
    • ในกรณีที่มีเลือดออกทางเดินอาหาร → ใช้เลเซอร์หรือคลิปห้ามเลือด

6.3 การรักษาด้วยยา

  • Bevacizumab (Avastin):
    • ยายับยั้ง VEGF ช่วยลดการสร้างหลอดเลือดผิดปกติ
    • ใช้ในรูปแบบฉีดเข้าหลอดเลือดดำ หรือพ่นจมูก
    • ผลข้างเคียง: ความดันโลหิตสูง, ไตอักเสบ, แผลหายช้า
    • มีงานวิจัยสนับสนุน ในผู้ป่วย HHT ที่มีเลือดกำเดาและ AVM ในตับ/ลำไส้
  • Tranexamic Acid:
    • ยาลดการละลายลิ่มเลือด → ช่วยลดเลือดออก
    • ใช้รับประทานวันละ 2–3 ครั้ง

7. กลุ่มอาการที่เกี่ยวข้อง

HHT + Juvenile Polyposis Syndrome (JPS/HHT overlap):

  • เกิดจากการกลายพันธุ์ของ SMAD4
  • ทำให้มีทั้ง AVMs และ ติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่
  • Polyp = เนื้องอกขนาดเล็กในเยื่อบุลำไส้ → หากจำนวนมากเสี่ยงกลายเป็นมะเร็ง
  • จำเป็นต้อง ตรวจลำไส้ใหญ่เป็นประจำ (colonoscopy)

8. ข้อมูลพันธุกรรม

  • ถ่ายทอดแบบ autosomal dominant
  • โอกาสถ่ายทอดไปยังลูก = 50%
  • ยีนที่เกี่ยวข้อง:
    • ENG → AVM ในปอด
    • ACVRL1 → AVM ในตับ
    • SMAD4 → AVM + ติ่งเนื้อลำไส้

9. สิ่งที่ครอบครัวควรเก็บข้อมูล และการดูแล

  • จดบันทึกอาการเลือดกำเดา, ความถี่ ปริมาณ
  • ตรวจร่างกายประจำปี: oxygen saturation, echocardiogram, MRI brain
  • ตรวจเลือดประจำ: CBC, ferritin, การทำงานของตับ/ไต
  • ตรวจ AVM ในปอดทุก 3–5 ปี และเมื่อมีอาการผิดปกติ
  • ตรวจ colonoscopy ในผู้ป่วยกลายพันธุ์ SMAD4

10. Gallery

telangiectasia ที่ริมฝีปาก ลิ้น นิ้วมือ

ภาพจาก DermNet  https://dermnetnz.org/topics/hereditary-haemorrhagic-telangiectasia