Lymphatic

Generalized Lymphatic Anomaly (GLA)

(เจน-เนอ-รัล-ไลซ์ ลิม-ฟา-ติก อะ-โน-มา-ลี)
โดย อาจารย์ แพทย์หญิง ศศิกร เฟื่องกำลูน

เลือกอ่านตามหัวข้อ

1. คืออะไร?

GLA คือโรคความผิดปกติของหลอดน้ำเหลืองชนิดหายาก ซึ่งมีลักษณะเฉพาะคือ มีถุงน้ำเหลือง (lymphatic cysts) กระจายอยู่หลายอวัยวะทั่วร่างกาย เช่น กระดูก ปอด ม้าม ไต หรือในช่องอก/ช่องท้อง โดยไม่จำกัดอยู่เฉพาะที่ใดที่หนึ่งเหมือน Lymphatic Malformation ทั่วไป

รอยโรคมีทั้งแบบถุงน้ำขนาดเล็ก (microcystic) และขนาดใหญ่ (macrocystic) และอาจแทรกซึมอยู่ในเนื้อเยื่อได้ลึก


2. พบบ่อยแค่ไหน?

  • จัดเป็นโรค หายาก (rare disease)
  • พบได้ทั้งเพศชายและหญิง
  • มักเริ่มมีอาการในช่วงวัยเด็กหรือวัยรุ่น

3. พบตรงไหนของร่างกาย?

  • กระดูก (โดยเฉพาะกระดูกยาวและกระดูกสันหลัง)
  • ช่องอก / ช่องท้อง
  • ปอด
  • ม้าม / ไต / ตับ
  • ทางเดินอาหาร
  • ผิวหนังและเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง

4. วินิจฉัยอย่างไร?

  • MRI / CT scan: ใช้ประเมินขนาดและการกระจายของรอยโรค
  • X-ray: ตรวจหาแผลกระดูกที่เป็นลักษณะโปร่งบางจากถุงน้ำ
  • Ultrasound: ใช้ดูถุงน้ำในอวัยวะภายใน เช่น ม้าม ไต
  • การตรวจชิ้นเนื้อ: เพื่อยืนยันชนิดของเซลล์น้ำเหลือง
  • ตรวจเลือด/ปัสสาวะ: ตรวจโปรตีนรั่ว หรือสัญญาณการอักเสบ
  • การเจาะน้ำในช่องอก: ในกรณีที่มีน้ำในเยื่อหุ้มปอดหรือช่องท้อง

5. ภาวะแทรกซ้อน (Complications)

  • ปวดกระดูก / กระดูกบาง → เสี่ยงต่อการหักง่าย
  • น้ำในปอด/ช่องอก (chylothorax) → หายใจลำบาก
  • น้ำในช่องท้อง (ascites) → ท้องบวม
  • โปรตีนรั่วในปัสสาวะ → ภาวะบวมน้ำ
  • ท้องเสียเรื้อรัง / ดูดซึมไม่ได้ดี หากรอยโรคกระจายไปทางเดินอาหาร
  • เลือดออกง่าย / ภูมิคุ้มกันลดลง หากม้ามหรือไขกระดูกถูกกดเบียด

6. การรักษา

(เน้นควบคุมอาการ และลดภาวะแทรกซ้อน เนื่องจากยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด)

 ยา

  • Sirolimus (mTOR inhibitor)
    • ช่วยยับยั้งการเจริญของหลอดน้ำเหลืองผิดปกติ
    • รับประทานวันละ 1–2 ครั้ง
    • ต้องตรวจระดับยาและการทำงานของตับ/ไตเป็นระยะ
    • ผลข้างเคียง: เสี่ยงติดเชื้อ คลื่นไส้ ปวดหัว แผลหายช้า
  • Interferon-α
    • ออกฤทธิ์ยับยั้งการขยายตัวของหลอดน้ำเหลือง
    • ผลข้างเคียง: มีไข้ หนาวสั่น อ่อนเพลีย
  • Corticosteroids (สเตียรอยด์)
    • ใช้ลดอักเสบเฉียบพลันในกรณีที่รุนแรง
    • ใช้เป็นช่วงสั้น ๆ เพราะผลข้างเคียงจากการใช้ระยะยาว
  • ยาอื่น ๆ เช่น Bevacizumab หรือ Everolimus อาจพิจารณาในกรณีดื้อต่อการรักษาอื่น

การรักษาเฉพาะที่

  • Sclerotherapy
    • ฉีดสารเพื่อไปทำให้ถุงน้ำฝ่อ เช่น Bleomycin หรือ STS
    • ต้องดมยาสลบ: ใช่ (โดยเฉพาะในเด็กเล็ก)
    • ผลข้างเคียง: ปวด บวม ฟกช้ำ / บางรายอาจเกิดพังผืด
    • ความถี่: ทำซ้ำได้ทุก 1–3 เดือน หากมีรอยโรคหลายแห่ง
  • การผ่าตัด
    • เหมาะกับรอยโรคเฉพาะจุดที่กดเบียดอวัยวะสำคัญ เช่น ถุงน้ำในม้ามหรือกระดูก
    • ต้องดมยาสลบ
    • ผลข้างเคียง: เลือดออก ติดเชื้อ หรือกลับมาเป็นซ้ำ

การดูแลรักษาอื่น ๆ

  • การระบายน้ำในช่องอก/ช่องท้อง: หากมีน้ำคั่งจากรอยโรค → ทำโดยการเจาะหรือใส่สายระบาย
  • โภชนบำบัด: อาจต้องให้สารอาหารทางหลอดเลือดในกรณีลำไส้ดูดซึมไม่ได้
  • กายภาพบำบัด: หากมีภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรงหรือข้อยึด

7. กลุ่มอาการที่เกี่ยวข้อง

  • KLA (Kaposiform Lymphangiomatosis)
    • โรคที่รุนแรงกว่า GLA และมีภาวะเลือดออกผิดปกติร่วมด้วย
  • Gorham-Stout disease
    • มีลักษณะคล้าย GLA แต่มีการทำลายกระดูกมากกว่า

8. ข้อมูลพันธุกรรม

  • เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับการกลายพันธุ์ของยีนในกลุ่ม PIK3CA-mTOR pathway
  • เป็นการกลายพันธุ์แบบ somatic (ไม่ถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์)
  • การตรวจทางพันธุกรรมจากตัวอย่างชิ้นเนื้อช่วยในการยืนยันการวินิจฉัยในบางราย

9. สิ่งที่ครอบครัวควรเก็บข้อมูล และการดูแล

  • บันทึกอาการที่เปลี่ยนแปลง เช่น ปวดกระดูก, หายใจเหนื่อย, ท้องอืด
  • ติดตามผลเลือด / ปัสสาวะ ตามนัดแพทย์
  • ตรวจ MRI หรือ CT เป็นระยะ เพื่อดูการลุกลามของโรค
  • ดูแลเรื่องโภชนาการ และตรวจสอบสัญญาณขาดสารอาหาร
  • ให้การสนับสนุนทางจิตใจเด็กและครอบครัว เพราะโรคนี้อาจใช้เวลารักษายาวนาน