Malignant

Angiosarcoma

(แอง-จิ-โอ-ซาร์-โค-มา)
เป็นคำที่มาจาก “angio-” = หลอดเลือด และ “sarcoma” = มะเร็งของเนื้อเยื่ออ่อน
โดย อาจารย์ แพทย์หญิง ศศิกร เฟื่องกำลูน

เลือกอ่านตามหัวข้อ


1. คืออะไร?

Angiosarcoma เป็นมะเร็งชนิดร้ายแรงที่เกิดจาก เซลล์บุหลอดเลือด (vascular endothelial cells)

มีความสามารถในการแพร่กระจายได้เร็วและมักวินิจฉัยได้ในระยะลุกลามแล้ว

สามารถเกิดขึ้นได้ทุกตำแหน่งในร่างกาย แต่พบได้บ่อยที่สุดใน:

  • ผิวหนังบริเวณศีรษะและหนังศีรษะ (โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ)
  • แขน ที่เคยได้รับการฉายรังสีหรือมีภาวะบวมเรื้อรัง (lymphedema)
  • อวัยวะภายใน เช่น ตับ ม้าม หัวใจ หรือเต้านม

2. พบบ่อยแค่ไหน?

  • พบได้น้อยมาก: <2% ของมะเร็งเนื้อเยื่ออ่อนทั้งหมด
  • พบได้ในทุกช่วงวัย แต่พบมากที่สุดใน ผู้สูงอายุอายุ 60 ปีขึ้นไป
  • Angiosarcoma ในเด็ก พบได้น้อยมาก และมักเกี่ยวข้องกับพันธุกรรมหรือโรคอื่นที่เป็นพื้นฐาน

3. พบตรงไหนของร่างกาย?

  • หนังศีรษะและใบหน้า (พบมากในผู้สูงอายุ)
  • อวัยวะภายใน เช่น:
    • ตับ (hepatic angiosarcoma)
    • ม้าม
    • ปอด
    • หัวใจ (หายากมากแต่เป็นไปได้)
  • บริเวณที่เคยทำการรักษาโดยการฉายรังสีมาก่อน เช่น เต้านม หรือ แขนจากภาวะต่อมน้ำเหลืองบวมเรื้อรังที่แขน

4. วินิจฉัยอย่างไร?

  • การตรวจร่างกาย:
    • ผิวหนังมีลักษณะ แดง–ม่วงคล้ำ คล้ายช้ำ
    • อาจเป็นก้อนแข็ง โตเร็ว
    • บางรายมีแผลเรื้อรังหรือเลือดออก
  • การตรวจภาพ:
    • MRI / CT scan เพื่อดูขนาดและขอบเขตรอยโรค
    • PET scan เพื่อตรวจการกระจายของโรค
  • การตัดชิ้นเนื้อ (biopsy):
    • ยืนยันการวินิจฉัยจากทางพยาธิวิทยา หรือการตรวจหา marker เช่น CD31, CD34, ERG

5. ภาวะแทรกซ้อน (Complications)

  • แพร่กระจายเร็ว ไปยังปอด ตับ สมอง กระดูก
  • เลือดออกจากแผลผิวหนัง
  • เจ็บปวด หรือบวมบริเวณรอยโรค
  • เหนื่อย อ่อนเพลีย จากการใช้พลังงานของเซลล์มะเร็ง
  • ผลกระทบต่อจิตใจและคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะในเด็กหรือวัยรุ่น

6. การรักษา

6.1 การผ่าตัด

  • หากสามารถตัดออกได้หมด (complete resection) ถือเป็นแนวทางหลักในการรักษา
  • ต้องผ่าตัดด้วยขอบเขตกว้าง (wide margins) เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ

6.2 การฉายรังสี

  • ใช้เสริมหลังผ่าตัด หรือในกรณีที่ผ่าตัดไม่ได้
  • ช่วยลดความเสี่ยงของการกลับมาเป็นซ้ำเฉพาะที่

6.3 การให้เคมีบำบัด (Chemotherapy)

  • ยาที่นิยมใช้: Paclitaxel, Doxorubicin, Ifosfamide
  • กรณีที่โรคแพร่กระจายแล้ว → เป็นวิธีหลักในการควบคุมโรค

6.4 การรักษาแบบใหม่ (Targeted therapy / Immunotherapy)

  • Bevacizumab (anti-VEGF) มีรายงานว่าช่วยชะลอการลุกลามได้บางส่วน
  • Checkpoint inhibitors (เช่น Pembrolizumab): กำลังอยู่ในการศึกษาทางคลินิกสำหรับ angiosarcoma บางชนิดที่มี high tumor mutation burden (TMB)

อ้างอิงงานวิจัย:

  • Fayette J, et al. Angiosarcomas: Clinical and therapeutic issues. Ann Oncol. 2007.
  • Zhou Z, et al. Immunotherapy in angiosarcoma: case reports and review. Front Oncol. 2021.

7. กลุ่มอาการที่เกี่ยวข้อง (Associated Conditions)

  • Chronic Lymphedema: เช่น แขนบวมหลังผ่าตัดเต้านม → เสี่ยงเกิด angiosarcoma (เรียกว่า Stewart-Treves syndrome)
  • Toxin exposure:
    • สารหนู (arsenic), Thorotrast (สารทึบรังสีสมัยก่อน)
    • Vinyl chloride (ในโรงงานอุตสาหกรรม) → เสี่ยง angiosarcoma ตับ
  • พันธุกรรมบางกลุ่ม (เช่น neurofibromatosis type 1) อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรค

8. ข้อมูลพันธุกรรม

  • ส่วนใหญ่มัก ไม่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม
  • แต่บางรายพบการกลายพันธุ์ทางพันธุกรรมใน:
    • KDR/VEGFR2 (เกี่ยวกับการสร้างหลอดเลือด)
    • MYC amplification (โดยเฉพาะใน radiation-associated angiosarcoma)
  • การตรวจ NGS (Next-gen sequencing) อาจช่วยเลือก targeted therapy ได้ในอนาคต

9. สิ่งที่ครอบครัวควรเก็บข้อมูล และการดูแล

  • สังเกตรอยโรคผิดปกติที่เปลี่ยนสีเร็ว โตเร็ว หรือแผลไม่หาย
  • ในผู้ป่วยที่เคยได้รับการฉายรังสีหรือมีแขนบวมเรื้อรัง ควรตรวจติดตามใกล้ชิด
  • บันทึกภาพ และขนาดของรอยโรคเพื่อเปรียบเทียบ
  • สนับสนุนด้านจิตใจ หากผู้ป่วยต้องเผชิญการรักษาเข้มข้น
  • ให้ข้อมูลครอบครัวเกี่ยวกับแผนรักษาอย่างเข้าใจ

10. Gallery

(ภาพจากแหล่งที่ได้รับอนุญาตหรือใช้เพื่อการศึกษา)

รอยโรคลักษณะคล้ายรอยฟกช้ำ แพร่กระจายบริเวณหน้าผาก สาเหตุจากโรคแองจิโอซาร์โคมา 
ภาพจาก DermNet : https://dermnetnz.org/topics/angiosarcoma